เกมออนไลน์ก็หาประโยชน์ได้

201411251644-1

ปัจจุบันเกมออนไลน์ต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีประโยชน์อยู่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้เล่นจะหาคุณค่าจากเกมนั้นๆ อย่างไร แต่เมื่อหาคุณค่าจากมันได้ ก็ต้องเอาคุณค่าเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ด้วย อย่าแค่รู้ว่าเกมมีประโยชน์แต่ไม่ได้ใช้อะไรจากมัน เจอศัพท์ก็จดหรือท่องก็ดี ถนัดเกมวางแผนก็เอาหลักการวางแผนในเกมมาใช้กับชีวิตจริง รู้จักสิ่งต่างๆ จากเกมก็นำมาสานต่อเชื่อมโยงความรู้ในวิชาต่างๆ เท่านี้เราก็จะรับรู้คุณค่าของเกมต่างๆ และนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงและพัฒนาสมองได้ดี

ไม่ว่าเด็กที่ไหนก็ต้องคู่กับเกมออนไลน์ มันต้องมีความบันเทิงอยู่ในใจกันบ้าง แต่จะเล่นเกมออนไลน์ทั้งที่ก็ต้องมีสาระ พัฒนาสมองกันหน่อย มองให้มันเห็นคุณค่าของการเล่นเกม ดูสิว่า เกมให้อะไรได้บ้าง

  1. คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกมเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะสร้างขึ้นโดยคนไทยหรือชาติไหนมักจะใช้ภาษาสากลเป็นภาษาหลักของเกม ดังนั้นเราจึงเจอคำศัพท์ใหม่จากเกมเสมอ จึงอยากจะแนะนำเพื่อนๆ ว่า พอเจอศัพท์ใหม่เพื่อนๆ ก็ลองเปิดพจนานุกรมหาความหมายเลย หรือจะจดใส่กระดาษแปะติดหน้าคอมไว้ เป็นคำใหม่ประจำวันก็ได้นะ ถ้าขยันกว่านั้นก็จดคำใหม่ลงสมุด เผื่อเจอคำอีกในเกมก็เปิดมาดู เปิดบ่อยๆ เพื่อนๆ ก็จะจำได้เอง
  2. ประโยชน์ที่มองไม่เห็น เมื่อพูดถึงเรื่องของประเภทเกมแล้ว แต่ละเกมก็จะมีประโยชน์แฝงอยู่ต่างๆ กันไป อย่างเกมการรบ เช่น womonline ก็ช่วยฝึกฝนกระบวนการคิด และลำดับขั้นตอนในการเล่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนเรื่องต่างๆ ในชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

เรื่องเล่าจากผู้เล่นเกมออนไลน์

ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอบอกกันก่อนนะครับว่า จำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยเข้าใจว่าจริงๆ แล้วไอ้เกมที่เล่นๆ กันอยู่ในปัจจุบันนี้มันเป็นอะไรยังไงกันแน่ ผมมักจะเจอกับคำถามจากหลายๆ คน เมื่อมีเกมออนไลน์เปิดให้บริการใหม่ว่า “เกมนี้มันเป็นเกมแนวไหนอะพี่” แต่พอตอบกลับไปว่า “แนว MMORPG” แค่นั้นแหละ เครื่องหมาย   ไม่ต่ำกว่า 3 ตัว เกิดขึ้นบนหน้าคนถามทันที นั้นก็เพราะไอ้คนถามมันไม่เคยรู้ หรือเข้าใจมาก่อนเลยว่า “เกม” มันมีแยกย่อยออกเป็นหลายประเภท…และแต่ละประเภทก็มีรูปแบบการเล่น, การนำเสนอเนื้อหา แตกต่างกันออกไปด้วย…

ในโลกเรา ณ เวลาปัจจุบันแบ่งเกมออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ เกมออฟไลน์ กับ เกมออนไลน์ กลุ่มที่กำเนิดขึ้นมาก่อนคือ เกมออฟไลน์ (อันนี้เดี๋ยวจะบ่นในตอนต่อไป) มาดูกลุ่มเกมออนไลน์ที่กำลังเป็นที่ฮอตฮิตติดกันงอมแงมทั่วสามโลกกันก่อน…MMORPG ย่อมาจาก Massive Multiplayer Online Role-Playing Gameแปลเป็นไทย ได้ความว่า “เกมสวมบทบาทในระบบเครือข่ายที่มีผู้เล่นจำนวนมาก” มีรากเง้าดังเดิมมาจากเกมแนว RPG (Role-Playing Game) ภาษาชาวบ้านเรียก “เกมภาษา” ที่อยู่ในกลุ่มเกมออฟไลน์ มีรูปแบบการเล่นในลักษณะที่ผู้เล่นต้องใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถจะทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเกมได้ถูกกำหนดให้สามารถทำได้ เนื้อหาของเกมจะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเวทย์มนตร์, การต่อสู้ผจญภัย, สัตว์ประหลาด, เทพ, ปิศาจ, ของวิเศษ และอื่นๆ ที่มีตัวตนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายต่างๆ เกมแนวนี้มักเรียกกันในภาษาเกรียนว่า“เกมเก็บเวล” โดยตัวเกมจะมีระบบหลักๆ เหมือนกันทุกเกมคือ…

1.ระบบเลเวล : ระบบเลเวล เป็นตัวบ่งชี้ความสามารถของตัวละคร ยิ่งมีเลเวลสูงตัวละครก็จะเก่งขึ้น สามารถทำนั้นโน้นนี้นี่ได้มากขึ้น แต่ละเกมจะมีการกำหนดระดับเลเวลสูงสุดเอาไว้ไม่เท่ากัน บางเกมก็สูงสุดที่เวล 99 บางเกมก็บ้าพลังสูงสุดที่ เวล 300 ก็แล้วแต่ผู้พัฒนาเกมนั้นๆ (ไอ้เลเวลนี้แหละที่คำให้ “คนเล่นเกม”บ้าอยู่หน้าจอทั้งวันทั้งคืน เพราะกลัวตัวตรูไม่เก่ง)
2.ระบบอาชีพ : พื้นฐานอาชีพในเกมจะมีเพียงแค่ 4 ลักษณะ คือ Tanker, Damage Dealer, Nuker และ Healer  เป็นอีกระบบที่คนเล่นเกมมักมองหาแต่อาชีพที่เทพๆ เก่งกว่าชาวบ้าน

3.ระบบสกิล : เป็นระบบที่สอดคล้องกับระบบอาชีพ เพราะแต่ละอาชีพจะมีความสามารถแตกต่างกันไป

4.ระบบเควสต์ : เควสต์ หรือแปลเป็นไทยก็ ภารกิจ ในยุคแรกๆ ของเกมออนไลน์มันเป็นระบบที่มีไว้เพียงเพื่อบอกเล่านื้อเรื่องของตัวเกมเท่านั้น แต่ต่อมากลายเป็นระบบสำคัญที่เกมจะขาดไม่ได้ เพราะมันถูกปรับให้กลายเป็นระบบที่ช่วยผลักดันให้ช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับตัวละคร แต่บางเกมก็มีเควสต์ให้ทำมากสะจนน่ารำคาญ โดยเฉพาะเกมที่ผลิตจากประเทศจีน (มีจำนวนมาก+ไร้สาระมาก)
5.ระบบปาร์ตี้ : ระบบนี้ถูกบรรจุไว้ในเกมก็เพื่อทำให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างผู้เล่นกับผู้เล่นด้วยกัน หากผู้เล่นปาร์ตี้กันจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างภายในเกมได้ลุล่วงรวดเร็วขึ้น เช่นการเก็บเลเวล แต่ปัจจุบันกลับมี “คนเล่นเกม” หลายๆ คน มองว่าการปาร์ตี้กันนั้นทำให้เก็บเลเวลช้า และไอเทมที่ได้ก็ต้องมาแบ่งกันอีก ไอ้ประเด็นที่รู้สึกว่าปาร์ตี้แล้วทำให้เก็บเวลช้า อันนี้ผมพอเข้าใจ เพราะว่าเกมออฟไลน์ กับ เกมออนไลน์ รุ่นแรกๆ ทำระบบปาร์ตี้ออกมาห่วยแตกมาก โดยกำหนดให้หารหั่นค่าประสบการณ์ด้วยจำนวนสมาชิกในปาร์ตี้ (แบบนี้ใครมันจะไปปาร์ตี้กันละครับ เก็บเวลคนเดียวได้เต็มๆ เน้นๆ) เหตุนี้เลยทำให้เกิดการฝังใจจากรุ่นสู่รุ่นว่าปาร์ตี้กันแล้วเวลช้า…แต่ไอ้ประเด็นเรื่องการแบ่งไอเทมกันในปาร์ตี้นี้ มันเกิดปัญหา เพราะความเห็นแก่ตัวของผู้เล่นเองมากกว่า…ระบบพื้นฐานของปาร์ตี้คือ การแบ่งไอเทมตามลำดับ ทำให้สมาชิกในปาร์ตี้ได้รับไอเทมจากมอนสเตอร์เรียงกันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าบังเอิญ มีแรร์ไอเทมเข้าตัวใครสักคนในปาร์ตี้ แน่นอนเป็นที่สุดว่าจะมีใครสักคนในปาร์ตี้บอกให้ขายแรร์ไอเทมชิ้นนั้นแล้วแบ่งเงินกัน…ตรงนี้แหละที่มีหลายคนก็พานคิดเอาเองเสียว่า “ทำไมต้องตี้ด้วยฟะ ฆ่ามอนคนเดียวได้ของคนเดียวเก่งคนเดียวดีกว่า” (เจริญกันไป)

6.ระบบกิลด์ : เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถรวมตัวกันได้เป็นจำนานมากกว่าระบบปาร์ตี้ เป็นระบบสังคมที่ทุกเกมต้องมี แถมตัวระบบยังมีการแบ่งชนชั้นวรรณะของสมาชิกในกิลด์ได้ด้วย…
7.ระบบสงคราม : เป็นระบบที่ช่วยส่งเสริมการแข่งขัน ทำให้ผู้เล่นที่รวมตัวกันเป็นกิลด์มีจุดมุ่งหมาย เพราะการมีชัยในการทำสงคราม มักจะตามมาด้วยสิ่งตอบแทนที่มากมาย ไม่ว่าจะเงินในเกม ไอเทมเทพๆ ที่จะมีเฉพาะผู้ครอบครองปราสาท หรือแม้แต่ชื่อเสียง (เฉพาะในเกมนะ นอกเกมก็เกรียนดีๆ นี่เอง)