การเตรียมติวสอบราชการไปจวบจนกระทั่งการสอบจำเป็นต้องทำเช่นใด

ขั้นตอนการติวสอบราชการ

  • ขั้นตอนในการติวสอบราชการในสังกัด ก.พ. อาจารย์สังกัด ก.ค. ข้าราชการสังกัด กรุงเทพมหานครและเทศบาล จะมีการสอบ 3 ส่วน คือ

– ภาค ก. ความรู้ ความสามารถทั่วไป

– ส่วน ข. ความรอบรู้ ความชำนาญตำแหน่ง

– ภาค ค. ภาคความพอดีกับตำแหน่ง

การติวสอบราชการวิชาความรู้ทักษะทั่วไป

  • วิชาภาษาไทยติวสอบราชการภาษาไทยของ กทม. มีประเภทคล้ายคลึงกับติวสอบราชการภาษาไทยของ ก.พ. จะเน้นเรื่องความรู้ความเข้าใจถ้อยคำ คือ การอ่านเรื่องราวและบทความ นอกจากนี้ยังมีความสำคัญของคำและกลุ่มคำ การใช้คำพูดและถ้อยคำ การเรียบเรียงประโยคตามแบบอย่างภาษา การจัดเรียงประโยค สิ่งที่ไม่เน้นคือการเรียบเรียงประโยค
  • ความรู้ศักยภาพในการเรียนรู้ พิจารณา และโดยสรุปเหตุผล ในติวสอบราชการของ กทม. จะไม่มีติวสอบราชการย่อความจากสัญลักษณ์ ลักษณะแบบทดสอบจะคือเรื่องราวต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นผู้สมัครสอบควรดูสาระสำคัญเรื่องเลขคณิตพื้นฐานให้มากเพราะจะเป็นขั้นพื้นฐานของการติวสอบราชการเรื่องการตรวจสอบข่าวสารจากตารางและตารางรายการด้วย

ข้อแนะนำในการเตรียมตัวติวสอบราชการก่อนสอบจริง

  • ควรมองหาโอกาสติวสอบราชการวิชาความรู้ศักยภาพทันทีที่มีช่องทางจะทำได้ สำหรับค้นหาประสบการณ์พร้อมทั้งดูคะแนนแบบทดสอบมากขึ้น
  • หลังจากติวสอบราชการต้องดำเนินการย่อย่อใจความของวิชาที่ติว ย่อเฉพาะใจความสำคัญสั้น ๆ ใช้ภาษาของตนเองเพื่อที่จะสะดวกในการไตร่ตรอง
  • จงค้นหาคนช่วยติวสอบราชการในประเด็นที่เราไม่ชำนาญ อาทิ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องบางเรื่องหากว่าอ่านเองจะเสียเวล่ำเวลามาก แต่ผิมีคนมาเสนอให้จะรู้เรื่องง่ายในเวลาอันรวดเร็ว

• ให้ความสำคัญของการบำรุงสุขภาพและสุขภาพจิต ซึ่งจะเป็นกลุ่มสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้และการติวสอบราชการได้ผลดี

ใคร่รู้จริงๆว่า CU-TEP นั้นว่าด้วยกระไร?

เราคือคนหนึ่งที่สงสัยว่า CU-TEP คือการสอบว่าด้วยอะไรแล้วทำไมจำต้องสอบ มันก็เป็นข้อสงสัยของใครหลายๆคนนะ พอเราได้ไปมองดูข่าวสาร อ่อเลยคะ!! 555555 การสอบ CU-TEP คือข้อสอบวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษ ที่ได้การเห็นชอบภายในเมืองไทย และมีกฏเกณฑ์เลยละค่ะ เขาจึงนำผลการวัดใจ CU-TEP เป็นหนึ่งในเกณฑ์การตัดสิน สรรหาผู้เข้าเรียนในสถาบันการเล่าเรียน ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ซึ่งหลักเกณฑ์แต่ละกฏเกณฑ์ของสถาบันก็จะผิดแผกแตกต่างกันออกไปนะขา ซึ่งเราจำต้องไปอ่านรายละเอียดปลีกย่อยของเขาอีกทีว่าเป็นยังไง นั้นก็เพราะ พอให้เหมาะกับการกรองคุณลักษณะของผู้ลงสมัครเรียนรู้

หลังจากนั้นเรามาลองกันสำหรับการเรียนต่อระดับปริญญาตรี ผู้ที่จะลงสมัครเรียนต่อในหลักสูตรนานาประเทศ ผู้ลงสมัครจะต้องมีคะแนน CU-TEP อยู่ที่ 550 คะแนน หรือไม่ก็ทัดเทียม ก็คือจำเป็นจะต้องทำให้ได้ 80 ข้อเลย เพราะด้วยคนที่จะมาเล่าเรียนนั้นควรพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีในระดับหนึ่ง   ซึ่งอาจจะมีการนับความถนัดอื่นกอบด้วย แต่หนึ่งในขั้นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ คือ ความชำนาญภาษาอังกฤษ หรือการสอบ CU-TEP นั่นเอง

ประสงค์ให้ผู้ที่จะมาวัดใจนั้นหมั่นทบทวนกันเลยละค่ะ เพราะจากที่เห็นคงจะไม่ใช่ธรรมดาๆที่จะสอบแล้วได้เลย จำเป็นจะต้องใช้ความสามารถในการท่องหนังสือและเพียรทำแบบฝึกภาษาอังกฤษ เดียวเราก็จะไปอ่านคู่มือแล้วละ มิเช่นนั้นมีท่าว่าจะมาสอบอันนี้ไม่ผ่าน แต่เห็นก็มีคอรส์กวดวิชานะ ทดลองไปก็คงดีอ่ะ เนี้ยเว็บนี้ http://www.thesmarttutor.com  ไม่ทราบเช่นกันว่าจะโอเคเพียงใด แต่เสี่ยงคงไม่น่าเสียหายอะไรจริงม่ะ??